Skip to navigation | Skip to content

บราห์มากุมารีเรื่อง

บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก

สำนักงานใหญ่ของโลก

ในปี ค.ศ. 1950 สถาบันได้ย้ายจากการาจีมายังภูเขาอาบู ซึ่งเป็นสถานที่สงบ เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของมรดกโบราณ และนับเป็นจุดหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนมากมายมาแสวงหาการรื้อฟื้น และการเพิ่มพลังทางจิตวิญญาณ สถานที่ซึ่งตั้งอยู่สูงบนเทือกเขาอาราวลี ในรัฐราชสถาน นับเป็นสถานที่ในอุดมคติสำหรับการสะท้อนความคิด และหลังจากเช่าใช้อาคารเป็นเวลาสองถึงสามปี สถาบันก็ได้ย้ายมาตั้ง ณ บริเวณซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันซึ่งเรียกว่า "มธุบัน: Madhuban" แปลว่าป่าน้ำผึ้ง

จุดเริ่มต้นต่ำต้อย

ราวกับว่ามีเพียงไม่กี่องค์กรที่ถูกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ในช่วงเวลาของการเริ่มต้นก่อตั้ง หรือเกิดการขยายตัวอย่างมาก ในทศวรรษของผู้ที่รับช่วงการดำเนินงานต่อ เหมือนกับ บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก แต่ถึงกระนั้น ตลอดระยะเวลาของการเติบโตพัฒนา บราห์มา กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก สามารถธำรงรักษาหลักการดั้งเดิมของตน และยึดวัตถุประสงค์เดิม เป็นหลักในการดำเนินงานไว้อย่างเหนียวแน่น
เมื่อเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยในนาม “โอม มันดาลี: Om mandali” มีเพียงหญิง ชาย และเด็ก จำนวนไม่มากนัก ที่อาศัยในไฮเดราบัด, ซินดห์ (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของปากีสถาน แต่ ณ เวลานั้นเป็นส่วนหนึ่งของอาณานิคมอินเดีย) หลังจากที่ ดาด้าเล็คราช: Dada Lekraj สมาชิกผู้มั่งคั่ง และเป็นที่เคารพนับถือของชุมชน ได้รับนิมิตต่อเนื่องกันใน ค.ศ.1936 ผู้บุกเบิกทางจิตวิญญาณเหล่านั้น ก็ได้รับแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง

นิมิตของท่านผู้ก่อตั้ง

นิมิตที่ดาดาเล็คราชได้รับ เปิดเผยองค์ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของดวงวิญญาณ พระผู้เป็นเจ้า และเวลา ซึ่งเป็นหลักการง่ายๆ ทว่ามีความหมายที่ลึกล้ำอย่างยิ่ง ในการปลุกจิตสำนึกของความทรงจำที่ทรงพลัง ของผู้ที่มีโอกาสได้รับรู้นิมิตเหล่านั้น
หนึ่งปีหลังการก่อตั้ง โอม มันดาลี สถาบันนี้ได้ย้ายจากไฮเดราบัด ไปอยู่ที่การาจี เป็นเวลานานถึง 14 ปี จนกระทั่งสองปี หลังจากเหตุการณ์แบ่งแยกดินแดน ระหว่างอินเดียและปากีสถาน กลุ่มผู้ก่อตั้งจำนวนเกือบ 400 คน ยังดำเนินชีวิตอยู่ในชุมชนที่ช่วยเหลือเองได้เพื่ออุทิศเวลาในการศึกษาความรู้ทางจิต ฝึกสมาธิและเปลี่ยนแปลงตนเองอย่างจริงจัง

บราห์มา บาบา

จากรูปลักษณ์ภายนอก บราห์มา บาบา เป็นบุรุษผู้ที่มากด้วยบุคลิกภาพที่งามสง่า ผมสีขาวที่อ่อนนุ่ม และใบหน้าที่โอบอ้อมอารี ในระดับของจิตวิญญาณ กิริยาท่าทางของท่านนุ่มนวลอ่อนโยน และให้การปลอบประโลม ดวงตาของท่านกระจายแสงแห่งปัญญา ความเข้าใจ ความกรุณา และความเข้มแข็ง

บราห์มา บาบา ถือกำเนิดใน ค.ศ. 1876 ในครอบครัวที่สมถะ ในนาม เล็คราช ครีพิลานี (Lekraj Kripilani) ท่านเป็นบุตรชายของครูใหญ่ของโรงเรียนในหมู่บ้าน ท่านได้รับการเลี้ยงดู ให้เติบโตมาตามระเบียบวินัยของประเพณีฮินดู  ท่านไม่ได้ตามรอยบิดาของท่าน ด้วยการเป็นครู แต่เลือกทำธุรกิจด้านอัญมณี ที่สร้างฐานะอันมั่งคั่งด้วยการเป็นพ่อค้าเพชร ในฐานะนักธุรกิจ และในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผู้เป็นพ่อของลูกๆ 5 คน ดาดาเล็คราชได้รับความเคารพนับถืออย่างสูงในชุมชน และเป็นที่เลื่องลืออย่างมากในความใจบุญของท่าน

และแล้วใน ค.ศ. 1936 เมื่อท่านอายุ 60 ปี ในขณะที่เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ของท่าน วางแผนการปลดเกษียณ ดาดาเล็คราชได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ตื่นตา และตื่นตัวมากที่สุดในชีวิต ช่วงเวลาที่ท่านได้กลายเป็นที่รู้จักในนาม "บราห์มา บาบา" ในตอนแรก

ท่านรู้สึกถึงเสียงเรียกให้ทุ่มเทเวลาในการอยู่ในสันโดษและสะท้อนความคิดในความนิ่งเงียบให้มากขึ้น และแล้ววันหนึ่ง ขณะที่อยู่ในสมาธิ บราห์มา บาบา ได้สัมผัสถึงกระแสพลังที่อบอุ่นโอบล้อมตัวท่าน เติมเต็มท่านด้วยแสง และให้นิมิตอันทรงพลัง ต่อเนื่องกันเป็นขั้นตอน นิมิตเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหลายเดือน ให้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งใหม่ๆ ถึงคุณสมบัติดั้งเดิม (innate qualities) ของดวงวิญญาณมนุษย์ เปิดเผยเอกลักษณ์ที่ลี้ลับของพระเจ้า และอธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงโลก ความจริงจังของสาส์นที่ท่านได้รับผ่านนิมิตเหล่านั้น มากจนทำให้ท่านเกิดความรู้สึกที่จะเลิกธุรกิจทางโลกของท่าน และหันมาอุทิศตนเองในการทำความเข้าใจนัยสำคัญ และนำความรู้ที่ได้รับนี้มาประยุกต์ใช้ ถึงแม้นิมิตเหล่านั้นจะหยุดไปแล้ว ทว่าผู้เป็นแหล่งกำเนิดของนิมิตนั้นยังอยู่กับท่านต่อถึงสามทศวรรษ คอยชี้นำทางในการเปลี่ยนแปลงตนเองของท่านและผู้คนที่แวดล้อมท่าน

มรดกของบราห์มา บาบา

เวลา 72 ปีผ่านไปนับแต่บราห์มา บาบาได้รับนิมิตอย่างต่อเนื่องนั้น นอกจากผู้ที่ได้รับประสบการณ์ของนิมิตที่คล้ายคลึงกันนี้แล้ว ใครเล่าจะคาดเดาได้ว่าบรรดาสตรีเยาว์วัยที่ท่านมอบหมายให้เป็นผู้นำสถาบันที่ท่านตั้งขึ้น จะมีบทบาทสำคัญในเวทีโลก ร่วมเวทีปราศัยกับผู้นำสำคัญทางการเมือง และศาสนาในระดับสูงสุด และยังเป็นผู้นำสำคัญในการปฎิรูปวิถีชีวิตที่ปัจจุบันนี้ มีผู้คนเกือบล้านคนจากภูมิหลังที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งในด้านศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ และสังคม ยึดถือเป็นแบบอย่างและดำเนินตาม? หรือจะคาดเดาได้ว่ามีผู้คนนับล้านๆ คนจากผู้คนหลายพันล้านที่ดำเนินชีวิตอยู่ ในช่วงเวลาของการสูญสิ้นความซื่อตรงในหัวใจและจิตใจ ที่ทำให้สูญสิ้นความหวัง จะได้รับประโยชน์จากคำสอนที่ บราห์มา บาบา ถ่ายทอด  ได้ค้นพบการเพิ่มพลังในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน และคงความหวังสำหรับอนาคต?

ทักษะการดำเนินชีวิตที่ บราห์มา บาบา สอนได้ยืนหยัดผ่านข้อสอบของกาลเวลา บรรดาสตรีเยาว์วัยที่ท่านมอบหมายให้เป็นผู้นำนั้น ปัจจุบันอยู่ในวัย 80 และ 90 ปี ได้กลายมาเป็นดวงประทีปแห่งความรัก ความสงบ และความสุขในโลกที่ประสบกับปัญหา ความสับสนในความสัมพันธ์ ความโลภ ยาเสพติด ความโกรธและความรุนแรงก้าวร้าว

ผู้นำในปัจจุบัน

ดาดี้ จางกี

หัวหน้าผู้บริหาร – บราห์มา กุมารี

ในฐานะหัวหน้าผู้บริหาร บราห์มา กุมารี ดาดี้จางกี เป็นแบบอย่างของผู้นำที่มีประสิทธิภาพ สำหรับทั้งหญิงและชาย ที่แสวงหาการผสมผสานคุณสมบัติที่ดี ของความเป็นหญิง และความเป็นชาย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานของเขา ด้วยความรัก, ดาดี้จางกีได้ช่วยให้ผู้คนจากทุกพื้นฐานความเชื่อ ความศรัทธา และทุกชนชั้น ให้มีความจริงแท้ต่อตัวตนทางจิตที่จะผูกมัดตนเองต่อการเล่นบทบาทที่พิเศษสุด ในการสร้างโลกอนาคตที่มีคุณค่าสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ตามมา กล่าวโดยสรุปก็คือ ดาดี้จางกีกำลังปลุกเรียกเราทั้งหมดสู่ศักยภาพของเรา

ดาดี้ฮิระดายา โมฮินี

ผู้ร่วมบริหาร – บราห์มา กุมารี

ชื่อ ฮิระดายา โมฮินี มีความหมายว่า ‘ผู้ที่ดึงดูดหัวใจ’ และบางทีอาจเป็นเพราะว่า ท่านดึงดูดหัวใจของทุกคน ดาดี้จึงเป็นที่รู้จักมากกว่าในชื่อ กูลซาร์ ซึ่งหมายถึง  ‘สวนกุหลาบ’ เมื่ออายุเพียง 8 ปี ดาดี้กูลซาร์ เป็นหนึ่งในสมาชิกดั้งเดิมของโรงเรียนประจำที่ก่อตั้งขึ้นโดย บราห์มาบาบา ณ เมืองซินด์ห ในปี ค.ศ. 1937 การฝึกหัดอย่างเข้มข้น ในระเบียบวินัย และการฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณของท่าน ได้ดำเนินมานับตั้งแต่เวลานั้น ดาดี้ฮิระดายา โมฮินี ได้กลายเป็นสมาชิกของคณะกรรมการสตรี ที่ทำหน้าที่บริหาร บราห์มากุมารี และการทำหน้าที่นั้นได้ปูทางให้กับสตรีอื่นๆ อีกมากมาย ในการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ

ดาดี้ ระตัน โมฮินีสวม "หมวก" การบริหารงานหลายใบ

นอกจากการเป็นผู้ร่วมบริหาร BKWSU แล้ว ท่านยังเป็นผู้อำนวยการแผนกบุคลากรของวิทยาเขตมธุบัน ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของมหาวิทยาลัย ณ ภูเขาอาบู เป็นประธานสาขาเยาวชนของมูลนิธิการศึกษาราชาโยคะและการวิจัย  ผู้อำนวยการโปรแกรมการฝึกอบรมครูในอินเดีย และหัวหน้าโซนเพื่อดูแลระบบงานรับใช้ของบราห์มา กุมารีในรัฐราชสถาน กระนั้น "เพชรพลอยที่สวยงามที่สุด"  ซึ่งเป็นความหมายของชื่อของท่านนั้นก็คงส่องแสงและไร้ความตึงเครียดเสมอ จากการอุทิศตนของท่านเพื่ออุปถัมภ์ความดีงามด้านศีลธรรมและจิตวิญญาณในคนหนุ่มสาว แม้จะอยู่ในวัยกว่า 80 ของท่าน ดาดี้เองนั้นยังคงความมีชีวิตชีวาและมีหัวใจที่เยาว์วัยเสมอ

Print this page